{
    "success": true,
    "dataset": {
        "id": "42",
        "name": "สินค้า OTOP",
        "name_en": "",
        "description": "สินค้า OTOP",
        "category": "🗺️ ระบบ OTOP และสถานที่ท่องเที่ยว",
        "data_format": "JSON",
        "access_level": "public",
        "last_updated": "2025-10-01",
        "record_limit": 0
    },
    "fields": [
        {
            "field_name": "name",
            "field_type": "VARCHAR(255)",
            "field_description": ""
        },
        {
            "field_name": "detail",
            "field_type": "MEDIUMTEXT",
            "field_description": ""
        },
        {
            "field_name": "price",
            "field_type": "VARCHAR(10)",
            "field_description": ""
        },
        {
            "field_name": "seller",
            "field_type": "VARCHAR(100)",
            "field_description": ""
        },
        {
            "field_name": "seller_fb",
            "field_type": "VARCHAR(100)",
            "field_description": ""
        },
        {
            "field_name": "seller_phone",
            "field_type": "VARCHAR(10)",
            "field_description": ""
        },
        {
            "field_name": "date",
            "field_type": "DATETIME",
            "field_description": ""
        }
    ],
    "total_records": 3,
    "returned_records": 3,
    "limit": 100,
    "offset": 0,
    "data": [
        {
            "name": "ศูนย์เรียนรู้แพทย์แผนไทย",
            "detail": "<p><strong>ศูนย์เรียนรู้แพทย์แผนไทย<\/strong><br><br><strong>พญายอ หรือ เสลดพังพอนตัวเมีย<\/strong><br>มีชื่อท้องถิ่นหรือชื่ออื่นอีก คือ : ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด (เชียงใหม่) พญาปล้องดำ (ลำปาง) พญาปล้องทอง (ภาคกลาง) ลิ้นมังกร โพะโซ่จาง (กะเหรี่ยง)และ พญายอ (แม่ฮ่องสอน) เสลดพังพอนมีชื่อพ้องกัน คือ เสลดพังพอนตัวผู้ และเสลดพังพอนตัวเมีย แต่ต่างกันที่เสลดพังพอนตัวผู้มีหนาม สรรพคุณอ่อนกว่าเสลดพังพอนตัวเมีย เพื่อไม่ให้สับสนจึงเรียกเสลดพังพอนตัวเมียว่า \"พญายอ\" ส่วนมากนำมาทำเป็นยาสมุนไพรไทยจัดอยู่ในกลุ่มพืชถอนพิษ<br><br><strong>ต้นกุ่มน้ำ<\/strong><br>ไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 20 เมตร เปลือกลำต้นค่อนข้างเรียบ สีเทา จะผลัดใบร่วงหมดทั้งต้นเมื่อจะออกดอก ใบประกอบแบบนิ้วมือ ใบย่อย 3 ใบ รูปวงรีหรือรูปไข่ ออกเรียงสลับ กว้าง 2.5-7 เซนติเมตร ยาว 5.5-16 เซนติเมตร ปลายกว้างแหลม โคนสอบแคบ ขอบใบเรียบ ผิวใบบางและนิ่ม หลังใบสีเขียวเป็นมัน ท้องใบมีขนอ่อนสีเทา เส้นกลางใบอมแดง ปลายก้านใบมีต่อมน้ำตาลขนาด 1 มิลลิเมตร กว้าง 1-3 นิ้ว ยาว 2-9 นิ้ว ใบที่อยู่ด้านข้างโคนจะเบี้ยวเล็กน้อย &nbsp;หลังใบ และท้องใบเรียบ ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง และซอกใบ ยาว 4-6 นิ้ว ติดดอก 20-60 ดอก กลีบดอกเมื่อแรกบานสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน กลีบรองดอกรูปไข่ปลายแหลม กลีบดอกกลมยาว 2-3 เซนติเมตร สีขาว มี 4 กลีบ กลีบล่างและกลีบบนอย่างละ 2 กลีบ แต่กลีบบนจะใหญ่กว่า เกสรตัวผู้มีก้านสีม่วงหรือสีชมพู ยาวยื่น 13-25 อัน ผลสด รูปร่างค่อนข้างกลมรี เปลือกหนา ผลอ่อนผิวมีสะเก็ดสีเหลืองอมเทา เมื่อสุกสีเทา ผลแก่ผิวเรียบยาว 5-8 เซนติเมตร เมล็ดรูปเกือกม้า ยาว 6-9 มิลลิเมตร มีหลายเมล็ด พบตามข้างลำธาร ริมแม่น้ำ ที่ชื้นแฉะ ในป่าเบญจพรรณ ออกดอกราวเดือนกุมภาพันธ์ ถึงมิถุนายน ยอดอ่อนใช้ปรุงอาหารได้ แต่ต้องนำมาดองน้ำเกลือตากแดด ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน แล้วจึงนำไปปรุงอาหาร โดยผัดหรือแกงได้<br><br><strong>ใบกุ่มน้ำ<\/strong><br>มีใบเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ แผ่นใบค่อนข้างหนา สีเขียวเป็นมัน ด้านล่างใบมีสีอ่อนกว่าด้านบน มีใบย่อย 3 ใบ ก้านใบประกอบมีความประมาณ 4-14 เซนติเมตร หูใบเล็ก ร่วงได้ง่าย ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปใบหอกหรือขอบขนาน มีความกว้างประมาณ 1.5-6.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 4.5-18 เซนติเมตร ปลายค่อย ๆ เรียวแหลม มีความยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร โคนสอบ ใบย่อยที่อยู่ด้านข้างโคนใบจะเบี้ยวเล็กน้อย ใบย่อยไม่มีก้าน หรือถ้ามีก็ยาวไม่เกิน 5 มิลลิเมตร ใบกุ่มน้ำมีเส้นแขนงของใบข้างละประมาณ 9-20 เส้น และอาจมีถึงข้างละ 22 เส้น เส้นใบสามารถมองเห็นได้ชัดจากด้านล่าง เมื่อใบแห้งจะมีสีค่อนข้างแดง<br><br><strong>กุ่มบก<\/strong><br>โดยทั่วไปแล้วคนไทยสมัยก่อนมักปลูกต้นกุ่มไว้เป็นอาหารและเป็นยาสมุนไพรรักษาโรค โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นยาสมุนไพรได้แก่ ผล, ใบ, ดอก, เปลือกต้น, กระพี้, แก่น, ราก และเปลือกราก นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าต้นกุ่มจัดเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่ง เพราะมีความเชื่อว่าการปลูกต้นกุ่มเป็นไม้ประจำบ้านจะช่วยทำให้ครอบครัวมีฐานะมั่นคง เป็นกลุ่มเป็นก้อน เหมือนชื่อของต้นกุ่ม โดยจะนิยมปลูกไว้ทางทิศตะวันตกของบ้าน<br><br><strong>ต้นโคคลาน<\/strong><br>จัดเป็นพรรณไม้เถา เถามีลักษณะกลมและมีขนาดใหญ่เท่าขาของคน หรือมีขนาดใหญ่เท่ากับต้นหมาก มีเนื้อไม้แข็ง ส่วนเถานั้นจะยาวและเลื้อยพันขึ้นไปตามต้นไม้หรือเลื้อยไปตามพื้นดิน ส่วนเถาอ่อนหรือกิ่งของเถาอ่อนจะมีหนาม เปลือกเถาเรียบเป็นสีดำแดงคร่ำและจะแตกเป็นร่องระแหง และขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด โดยเป็นพรรณไม้ที่มักเกิดขึ้นตามธรรมชาติในป่าหรือตามพื้นที่ราบ<br><strong>สรรพคุณ<\/strong>&nbsp;<br>โคคลานช่วยบำรุงโลหิต (ราก)<\/p><p><br><strong>เถาเป็นยาแก้กษัย (เถา)<\/strong><br>ผลมีสารพิโครท็อกซิน (Picrotoxin) มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลาง และได้มีการนำมาใช้เป็นยารักษาพิษในคนที่กินยานอนหลับจำพวกบาร์บิทูเรต (Barbiturate) เกินขนาดหรือฉีดเข้าเส้นเลือดในขนาน 2 มิลลิกรัม (ผล)<br><br><strong>มะม่วงหาวมะนาวโห่<\/strong><br>เป็นผลไม้สมุนไพรชนิดหนึ่ง ลักษณะของผลจะมีสีแดงเรียวเล็กคล้ายกับมะเขือเทศราชินี สำหรับรสชาติของผลสุกจะออกหวานนุ่มลิ้น แต่ถ้ายังไม่สุกจะมีรสเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟัน มีธาตุเหล็กและวิตามินซีสูง เมื่อกัดไปแล้วจะมียางเหนียว ๆ ฝาดคอ<br><strong>สรรพคุณ<\/strong><br>มะม่วงหาวมะนาวโห่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการชะลอวัยและริ้วรอย (ผล)<br>แก้อาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า (เนื้อไม้)<br>มีส่วนช่วยลดความอ้วน (ผล)<br>ช่วยรักษาโรคถุงลมโป่งพองจากการสูบบุหรี่ได้ดีมาก (ผล)<br>ช่วยรักษาโรคไต (ผล)<br>บรรเทาอาการของโรคตับ อย่างโรคตับแข็ง (ผล)<br>ช่วยรักษาโรคเกาต์ (ผล)<br>ช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคไทรอยด์ (ผล)<br>ช่วยป้องกันโรคไหลตาย (ผล)<br>ในบังคลาเทศใช้ใบรักษาโรคลมชัก (ใบ)<br>มีส่วนช่วยบรรเทาอาการของโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต มือเท้าชา (ผล)<br>ช่วยบำรุงกำลัง (เนื้อไม้)<br><br><strong>กระทือ<\/strong><br>เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดในอินเดีย ต่อมาภายหลังได้แพร่กระจายมายังทวีปเอเชียรวมถึงประเทศไทย โดยจัดเป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นอยู่เหนือดินสูงราว 0.9-1.5 เมตร และมีเหง้าอยู่ใต้ดินเรียกว่า “เหง้ากระทือ” หรือ “หัวกระทือ” เปลือกนอกของเหง้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง ส่วนเนื้อในมีสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม มีรสขม ขื่น ปร่า และเผ็ดเล็กน้อย ต้นจะโทรมในหน้าแล้งแล้วจะงอกขึ้นใหม่ในหน้าฝน ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เหง้าหรือที่เรียกว่าหัว เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ในที่ที่มีความชื้นพอสมควร และมีแสงแดดส่องตลอดวัน พบขึ้นมากทางภาคใต้ ตามป่าดงดิบ ริมลำธารหรือชายป่า<br><strong>สรรพคุณ<\/strong><br>สรรพคุณของเหง้าใช้เป็นยาบำรุงกำลัง (เหง้า) ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ดอก) ช่วยขับน้ำย่อย ช่วยให้เจริญอาหาร (เหง้า) ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร ช่วยให้เจริญอาหาร ทำให้สามารถรับประทานอาหารมีรสได้ (ต้น)<br>ช่วยแก้โรคผอมแห้ง ผอมเหลือง (ดอก) ช่วยขับเลือดเน่าร้ายในเรือนไฟ (ใบ) แก้เบาเป็นโลหิต (ใบ)<br><br><strong>ต้นเถาวัลย์เปรียง<\/strong><br>จัดเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่ สามารถเลื้อยไปได้ไกลถึง 20 เมตร มีกิ่งเหนียวและทนทาน กิ่งแตกเถายืดยาวอย่างรวดเร็ว เถามักเลื้อยพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ เถาแก่มีเนื้อไม้แข็ง เปลือกเถาเรียบและเหนียว เป็นสีน้ำตาลเข้มอมสีดำหรือแดง เถาใหญ่มักจะบิด เนื้อไม้เป็นสีออกน้ำตาลอ่อน ๆ มีวงเป็นสีน้ำตาลไหม้คล้ายกับเถาต้นแดง (เนื้อไม้มีรสเฝื่อนและเอียน) ตามกิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดหรือวิธีการแยกไหลใต้ดิน ชอบอากาศเย็นแต่แสงแดดจัด ทนความแห้งแล้งได้ดี หากปลูกในที่แล้งจะออกดอกดก แต่จะมีขนาดเล็กกว่าปลูกในที่ชุ่มชื้น พรรณไม้ชนิดนี้มักขึ้นเองตามชายป่าและที่โล่งทั่วไป เป็นพรรณไม้ที่มีมากที่สุดในประเทศไทยและใช้กันทุกจังหวัด<br><strong>สรรพคุณ<\/strong><br>เถาใช้ต้มรับประทานเป็นยาถ่ายกระษัย แก้กระษัย (เถา) รากมีรสเฝื่อนเมา ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ (ราก) ช่วยแก้หวัด แก้ไอ (เถา)<\/p>",
            "price": "-",
            "seller": "-",
            "seller_fb": "-",
            "seller_phone": "038630999",
            "date": "2026-05-13 14:32:00"
        },
        {
            "name": "ภูมิปัญญาชาวบ้าน (แกะสลักไม้)",
            "detail": "<p>ภูมิปัญญาชาวบ้าน (แกะสลักไม้) มีอาชีพแกะสลักเรือไม้ (เรือตังเก) ,ไม้เท้า และปลัดขิก โดยอาศัยจิตนาการและรักในงานแกะสลัก ฝึกฝนและเรียนรู้ด้วยตนเอง จนยึดเป็นอาชีพช่างแกะสลักไม้ มานานกว่า 50 ปี<\/p>",
            "price": "-",
            "seller": "นายเจือง บางแก้ว อายุ 74 ปี",
            "seller_fb": "-",
            "seller_phone": "038630999",
            "date": "2026-05-13 14:30:00"
        },
        {
            "name": "กลุ่มวิสาหกิจแม่บ้านเอื้ออาทร",
            "detail": "<p>\"ผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน\"<\/p><p>ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ สำนักปลัด เทศบาลตำบลพลา<\/p>",
            "price": "-",
            "seller": "วิสาหกิจชุมชน",
            "seller_fb": "Phlathai ผ้าทอมือพลาไทย",
            "seller_phone": "0928914461",
            "date": "2026-05-13 14:28:00"
        }
    ]
}